วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552

เรื่องพื้นๆ

เรื่องของพื้นบ้านเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญพอๆกับเรื่องสีทีเดียว เพราะผู้อยู่อาศัยก็จะต้องสัมผัสและมองเห็นอยู่ทุกวัน การมีพื้นที่สวยงามย่อมทำให้เกิดความภูมิใจและความสบายในการอยู่อาศัย แต่เรื่องพื้นนั้นไม่ได้หมูอย่างที่คิด เพราะว่าปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับพื้นออกมามากมายให้เลือกใช้ ช่างสมัยเก่าบางครั้งจึงปรับตัวไม่ทัน ไม่รู้จักผลิตภัณฑ์ที่มีความก้าวหน้าไป หรือบางผลิตภัณฑ์ก็ก้าวหน้ามากซะจนเราไม่กล้าเอาบ้านของเราไปเสี่ยงเข้าไปเป็นหนูทดลอง

พื้นบ้านนั้นเท่าที่เห็นโดยทั่วไปก็มีใช้ๆกันอยู่หลายแบบ เช่น พื้นคอนกรีตขัดหยาบ, พื้นคอนกรีตขัดมัน, พื้นไม้จริง, พื้นไม้ลามิเนต, พื้นกระเบื้องยาง, พื้นแกรนิต, หรือพื้นหินอ่อน แต่ของบ้านผมเองชั้นล่างเป็นพื้นหินแกรนิต ชั้นบนเป็นพื้นปาร์เก้ไม้แดงเข้าลิ้น ห้องน้ำและห้องครัวก็เป็นพื้นกระเบื้อง และห้องเก็บของใต้บันใดเป็นพื้นกระเบื้องยาง แต่ตอนหลังแกะออกหมด เพราะผมไม่ชอบกระเบื้องยางรู้สึกว่ามันไม่ค่อยทนและไม่ค่อยสวย อ้อ เกือบลืม บริเวณระเบียงเป็นพื้นทรายล้างด้วย

การแก้ไขพื้นบ้านแต่ละประเภทนั้น ถ้าจะทำอย่างดีจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญงานแต่ละประเภท โดยเฉพาะในเรื่องของพื้นแพงๆ ดังนั้นหากเราทำการ Search ข้อมูลจากทาง internet หรือตามห้างร้านทั่วไป เราจะเห็นช่างปาร์เก้อยู่มากมาย หรือบางทีก็จะเห็นช่างขัดหินแกรนิตและหินอ่อนบ้าง ส่วนพื้นประเภทอื่นๆที่ไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมาก อย่างเช่น พื้นคอนกรีตหรือพื้นกระเบื้อง นั้นโดยทั่วไปช่างทั่วไปก็จะทำได้อยู่แล้ว

การแก้ไขพื้นที่ดูจะมีปัญหามากๆที่ได้ฟังมาน่าจะมีอยู่ 2 เรื่อง

(1) การแก้ไขพื้นกระเบื้อง
ปัญหาของพื้นกระเบื้องนั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลายปัญหา ในกรณีที่พื้นกระเบื้องปูอย่างดีก็จะมีอายุอย่างน้อยก็ 10 ปี ก่อนที่พื้นกระเบื้องดังกล่าวจะลอกล่อนได้ ซึ่งถ้าเกิดกรณีดังกล่าวก็แก้ไขไม่ยากครับ โดยการเลาะกระเบื้องเก่าออกทั้งหมด และไปเลือกกระเบื้องใหม่ โดยผมแนะนำให้ไปที่บุญถาวร เพราะว่ามีกระเบื้องเยอะและมีตัวอย่างการปูกระเบื้องสวยๆให้ดูมากมาย และถ้ามีเวลาก็อยากแนะนำให้ไปหลายๆสาขาครับ เพราะแต่ละสาขาก็จะมีตัวอย่างการปูที่แตกต่างกันทำให้เกิด idea อันหลากหลาย จากนั้นก็เรียกช่างมาปูได้เลย ซึ่งถ้าเป็นกรณีนี้ก็ทำได้ง่ายเหมือนกับการปูใหม่ครับ แต่ที่ต้องเน้นหน่อยก็คือวิธีการปูของช่าง ระวังพวกปูแบบซาลาเปา หรือโปะปูนเป็นลูกๆ เพราะจะทำใ้ห้การยึดติดไม่ทั่วแผ่นและไม่ดี เดี๋ยวนี้เท่าที่รู้เค้ามีปูนกาวสำหรับปูกระเบื้องโดยเฉพาะแล้วครับ ถ้าเป็นไปได้ก็เลือกใช้ปูนกาวได้จะดีมากๆ

ปัญหาอื่นๆของกระเบื้องที่พบ ก็จะแก้ยากขึ้นอีกนิดหน่อย เช่น กรณีกระเบื้องบางแผ่นปูไม่ดีทำให้หลุดร่อนเป็นบางแผ่น อันนี้ก็ใช้วิธีปูใหม่ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาของกรณีนี้ก็คือจะหากระเบื้องที่สีเหมือนเดิมได้หรือไม่ เนื่องจากกระเบื้องนั้นทำจากดินเผา หรือที่เรียกกันว่าเซรามิก ทำให้ในแต่ละ lot ของการผลิตจะได้สีที่ไม่แน่นอน มีเหลือบมีเพื้ยนไปบ้าง แม้ว่าจะซื่้อเบอร์กระเบื้องเดิม นอกจากนี้ในกรณีที่เป็นกระเบื้องลายแปลกๆ มักจะมีการเลิกผลิตหรือเปลี่ยนลายทุกๆ 2 ปี ทำให้เราหากระเบื้องเดิมไม่ได้เลย ดังนั้น Tip อย่างหนึ่งในการเลือกซื้อกระเบื้องก็คือ อย่าพยายามเลือกลายที่แปลกๆมาก เพราะมักไม่ได้รับความนิยม และให้ซื้อกระเบื้องเผื่อไว้และเก็บไว้บางส่วน เผื่อจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนกระเบื้องจะไ้ด้ไม่น่าเกลียดมาก

ปัญหาอีกอย่างก็คืออยากเปลื่ยนกระเบื้องโดยไม่ทุบทำได้ไหม ปัญหานี้ในอดีตทำไม่ได้ครับเพราะปูนจะยึดติดได้ดีในพื้นที่ขรุขระ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ลักษณะของผิวกระเบื้องเลย แต่ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถปูทับกระเบื้องเดิมได้แล้ว ลองไปหาซื้อดูได้ ไม่ต้องห่วง แต่สิ่งที่ต้องระวังมีอีก 2 เรื่อง นั่นคือ การปูกระเบื้องใหม่ทับกระเบื้องเดิมจะทำให้ความหนาของพื้นเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความไม่สวยงามได้ และการปูกระเบื้องทับของเดิมไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาเรื่องน้ำรั่วนะครับ

(2) การแก้ไขพื้นไม้
พื้นไม้นั้นถือเป็นพื้นในฝันของคนมีบ้านเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นพื้นที่ดูดีและทำให้เราได้กลับสู่ธรรมชาติอีกครั้งหนึ่ง การที่ปัจจุบันไม้ใหญ่นั้นหายากทำให้พื้นไม้สมัยนี้จึงเริ่มเปลี่ยนเป็นไม้ปาร์เก้และไม้เทียมกันมากขึ้น

ขั้นตอนการแก้ไขไม้แบบโบราณที่ใช้กัน ก็จะเริ่มด้วยการขัดไม้เดิม โดยจะขัดลึกเท่าไรนั้นคงขึ้นกับสภาพไม้ ถ้าพื้นเดิมไม่มีริ้วรอยเลย หรือมีบางๆก็ไม่ต้องขัดลึก อาจขัดแค่ผิวเคลือบออก แต่สำหรับบ้านใครที่พื้นไม้มีหลุมลึกก็ควรจะขัดเพิ่มขึ้ัน พอขัดเสร็จก็จะใช้ filter ฃทำการอุดร่อง ซึ่งจะทำให้ร่องเสี้ยนต่างๆถูกบังไปได้ จากนั้นก็จะทำการตีแป้ง โดยใช้ดินสอพองผสมสีเพื่อเปลี่ยนสีไม้ เช่น อยากให้ไม้ดูเหมือนไม้สักทองก็ต้องทำสีเหลืองๆหน่อย หรือใครชอบสีไม้เดิมก็ไม่ต้องผสมได้ จากนั้นก็จะทำการลง ยูนิเทน ซึ่งยี่ห้อที่นิยมมากนานจนถึงปัจจุบันก็จะเป็น Beger

สำหรับทุกวันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนไป ทำให้มีผลิตภัณฑ์ออกมาใหม่จำนวนมาก วิธีการเดิมๆก็ถูกพัฒนาขึ้น เช่น การมีน้ำยารองพื้นไม้ก่อนลงทับหน้า เพื่อช่วยอุดร่องเสี้ยนและทำให้ไม้สีไม่ดำลง (ปกติไม้จะมีสีดำลงเมื่ออายุมากขึ้น) มีผลิตภัณฑ์เคลือบหลายอย่างมากขึ้น เช่น จากยูนิเทนเดิมก็พัฒนามาเป็นโพลียูริเทน ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นและง่ายขึ้น มีการพัฒนาโพลียูริเทนที่มีสี ทำให้ไม่ต้องตีแป้งเปลี่ยนสี มีการพัฒนาสีย้อมไม้มาใช้แทนโพลียูริเทนได้ จากเดิมที่สีข้อมไม้จะใช้เฉพาะแต่กับงานเฟอร์นิเจอร์และงานภายนอกอย่างเดียว หรือปัจจุบันที่แนะนำเลยก็คือใช้นำ้ยาเคมีรักษาเนื้อไม้ (อย่างยี่ห้อซาโดลิน) ซึ่งผมฟังมาจากวิทยุว่ามันจะรักษาไม้ได้ดีกว่าเพราะมีการซึมเข้าไปในเนื้อไม้ ไม่ได้อยู่เฉพาะผิวแบบ โพลียูริเทนหรือสีย้อมไม้

อนึ่งจะใช้อะไร ผมแนะนำให้ลองอ่านข้างกล่องก่อนซื้อครับ และขอดูตัวอย่าง ซึ่งปกติถ้าเป็นห้างใหญ่ๆก็มักจะมีตัวอย่างให้ดูอยู่แล้ว สิ่งหนึ่งที่อยากเน้นมากกว่าก็คือ จะเลือกอะไรก็ขอให้ใช้อย่างเดียวครับ อย่าปนกัน เดี๋ยวจะเละคร๊าบ ....

1 ความคิดเห็น:

Leo กล่าวว่า...

ความรู้เกี่ยวกับกระเบื้องยางดีมากๆครับ ขอบคุณครับ